ประวัติศาสตร์จีน-中国历史

ประวัติศาสตร์จีนยุคก้าวสู่จีนยุคใหม่-ประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีน
中华人民国共和国

 

 

 

 

ยุคก้าวกระโดดไปข้างหน้า 大跃进


ปี 1938 พรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศรณณรงค์แผนการก้าวกระโดดไปข้างหน้า 大跃进 เพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และเทคนิคของประเทศให้เกิดผลเร็วและผลลัพท์ที่มากกว่า ด้วยความเชื่อที่ว่าถ้าหากประชาชนได้
รับการกระตุ้น และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยจำนวนประชากรที่มีมากมาย จึงเคลื่อนย้ายประชาชนไปอยู่ตามคอมมูน โดยเริ่มต้นที่เหอหนาน 河南 ในต้นปี 1959  จากนั้นก็กระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 25,000 คอมมูน   แต่ละคอมมูนประกอบด้วย 5000
ครัวเรือนหรือประมาณ 22,000 คน

 

หลิวซ่าวฉีเผิงเต๋อหวายหลิสเปียว

(จากซ้ายไปขวา) หลิวซ่าวฉี (刘少奇)เผิงเต๋อหวาย (彭德怀) หลินเปียว (林彪)

 

แต่ละคอมมูนจะมีระบบจัดการการพึ่งพาตนเอง  ระบบการเกษตร อุตสาหกรรม โรงเรียน โรงพยาบาล  ระบบรักษาความปลอดภัย เป็นต้น อุตสาหกรรมที่ขึ้นชื่อคือ การผลิตเหล็กคุณภาพชั้นต่ำ จนแทบจะนำไปใช้ทำอะไรไม่ได้  เหล็กเหล่านี้ถูกหลอมจากเตาหลอมเล็ก ๆ หลังบ้านในคอมมูน

 

ปี 1959  พรรคคอมมิวนิสต์ยอมรับว่า ผลผลิตตกต่ำกว่าที่คาดหมายไว้ขณะเดียวกันยังเกิดขาดแคลนอาหารอย่างหนัก (ส่วนหนึ่งเกิดจากภัยธรรมชาติ) ขาดแคลนวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม  การผลิตสินค้าคุณภาพต่ำมากเกินไป   โรงงานเสียหาย เนื่องจากการจัดการที่ผิดพลาดควาาเหนื่อยล้าและการความสิ้นหวังในหมู่ชาวนาและปัญญาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับ  การก้าวกระโดดไปข้างหน้าจึงถือเป็นความล้มเหลวทางเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง เดือนเมษายน 1959 เหมาได้ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งประธานแห่งประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีน สภาประชาชนได้เลือกหลิวซ่าวฉี 刘少奇 แทนเหมา แต่เหมาก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน นอกเหนือจากนั้น แผนก้าวกระ-
โดดไปข้างหน้าของเหมา ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในที่ประชุมพรรคที่หลูซาน庐山 มลฑณเจียงซี 江西   โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผิงเต๋อหวาย 彭德怀  ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ของเผิงมีเนื้อหาตรงกับความคิดเห็นของนิคิต้า ครุชชอฟ (Nikita Khrushchev) เมื่อ 1 ปีก่อน
แต่ขณะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับโซเวียตได้ขาดสะบั้นไปแล้ว หลังจากประชุมพรรคที่หลูซาน เผิงเต๋อหวายได้รับการสนับสนุนจากผู้นำโซเวียต นิคิต้า ครุชชอฟ (Nikita Khrushchev) ให้ต่อต้านเหมา   แต่เผิงเต๋อหวายก็ถูกปลดเสียก่อนโดยมีหลิวเปียว 林彪 ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน

 

การปรับปรุงและฟื้นฟู


หลังจากความล้มเหลวจากนโยบายก้าวกระโดดไปข้างหน้า  รัฐบาลจีนเริ่มหันกลับมาทบทวนถึงความผิดพลาด นโยบายทางเศรษฐกิจหันมามุ่งผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของประชากร  ที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น
โดยให้ความสำคัญด้านการเกษตรเป็นอันดับแรก อุตสาหกรรมเบาตามมา แล้วถึงเป็นอุตสาหกรรมหนัก  โครงสร้างของคอมมูนที่เคยรวมศูนย์อำนาจทุกอย่างก็มอบอำนาจการตัดสินใจแก่คอมมูนมากขึ้น คอมมูนมีอำนาจในการตัดสินใจในการจัดกิจกรรม การกระจายรายได้ในหมู่สมาชิก ธุระกิจส่วนตัวของเอกชนที่เคยยึดเป็นของรัฐทั้งหมดในระหว่างดำเนินนโยบายก้าวกระโดด ก็ได้ผ่อนผันให้กับครอบครัวชาวนา ภาษีด้านผลิตผลการเกษตรลดลง ขณะที่ราคาผลผลิตสูงขึ้น

 

ในด้านอุตสาหกรรมนั้น อุตสาหกรรมสำคัญหลัก ๆ ยังคงอยู่ภายใต้การดำเนินการของรัฐบาลกลาง สำหรับอุตสาหกรรมทั่่วไปดำเนินโดยรัฐบาลท้องถิ่น เครื่องจักรอุตสาหกรรมทันสมัยที่เคยหยุดการนำเข้าในช่วงก้าวกระโดด  เนื่องจากการถอนความช่วยเหลือของโซเวียต ก็เริ่มมีการนำเข้าอีกครั้งหนึ่ง แต่หันไปนำเข้าจากญี่ปุ่นและประเทศตะวันตกแทน

 

ในช่วงเวลาการปรับปรุงและฟื้นฟูระหว่างปี 1961-1965 นั้น เศรษฐเข้าสู่สภาวะที่มั่นคงมากขึ้น ผลผลิตทางอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10.6 เปอร์เซ็น และสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 9.6 เปอร์เซ็น ผลสำเร็จนี้เป็นไปตามทิศทางเติ้งเสี่ยวผิง 邓小平 วางไว้

 

หน้าถัดไป ปฏิวัติวัฒนธรรม>>>