ประวัติศาสตร์จีน-中国历史

ประวัติศาสตร์จีนยุคก้าวสู่จีนยุคใหม่-กบฏไท่ผิง (1851-1864)

 

 

 

หงซิ่งเฉียน

หงซิ่วฉวน 洪秀全

 

กบฏไท่ผิง 太平 (1851-1864)
ระหว่างกลางศรรตวรรษที่ 19  ภัยพิบัติต่าง ๆ รุมเร้าประเทศจีนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งความอดอยาก ภัยแล้ง และน้ำท่วม แต่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลเลย เพราะรัฐบาลชิงกำลังสารวนกับปัญหาทั้งการพ่ายแพ้สงครามกับต่างชาติ เศรษฐกิจถดถอย การต่อต้านของประชาชนผู้ไม่พอใจต่างเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะเมืองทางใต้

 

กบฏไท่ผิง 太平  นำโดยหงซิ่วฉวน 洪秀全 (1814-1864) ซึ่งเป็นครูชนบทและอดีตผู้สอบตกจากการแข่งขันเข้ารับราชการ หงได้ก่อตั้งลัทธิใหม่โดยการนำเอาความเชื่อของข่งจื่อ ผสมผสานกับศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ เรียกว่าไท่ผิงหรือสันติสุขแห่งสวรรค์ มีผู้เลื่อมใสเข้าร่วมในขบวนการของเขาจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกต่อต้านแมนจู นอกจากนั้นเขายังเกณฑ์พรรคพวกชาวนา ร่วมมือกับสมาคมลับอื่น ๆ จัดตั้งกองกำลังในรูปแบบกองทัพ ปี 1815 หงเริ่มก่อการในเมืองกุ้ยโจว 贵州และประกาศจัดตั้งประเทศไท่ผิงเทียนกั๊วหรือประเทศสันติสุขแห่งสวรรค 太平天国 โดยมีตัวเขาเป็นกษัตริย์ ประกาศยกเลิกทาส โสเภณี การแต่งงานแบบคลุมถุงชน การสบฝิ่น ประเพณีการรัดเท้าของสตรี การลงโทษด้วยการทรมาร การกราบไหว้รูปเคารพ การยึดที่ดินคืนเพื่อให้ชาวนายากจนทำกิน การประกาศของไท่ผิงจากทางใต้สะเทือนถึงราชสำนักที่กรุงปักกิ่ง ไท่ผิงกระจายตัวอย่างรวดเร็ว และสามารถเข้ายึดหนานจิง 南京 และเทียนจิง 天津 ซึ่งอยู่ทางเหนือได้สำเร็จ แต่กองทัพไท่ผิงก็ไม่สามารถสร้างฐานที่มั่นได้ และภายในเองก็เกิดการโกงกินและดำเนินแนวทางผิดพลาด ขณะเดียวกัน ทางอังกฤษ ฝรั่งเศส ก็ยินดีที่จะยืนอยู่ข้างราชวงศ์ชิงที่อ่อนแอมากกว่าทางไท่ผิง ซึ่งไม่มีความแน่นอน  จึงส่งกำลังเข้าร่วมกับกองทัพชิงเข้าปราบ หลังจาก 14 ปีผ่านไป  ไท่ผิงก็ถึงกาลอวสานด้วยชีวิตที่สูญเสียไปร่วม 30 ล้านคน

 

ปรับปรุงความเข้มแข็ง
บทเรียบอันอัปยศจากสงครามฝิ่น สนธิสัญญาต่าง ๆ ที่เสียเปรียบ การก่อกบฏในที่ต่าง ๆ ทำให้ราชสำนักชิงตระหนักว่าถึงเวลาที่ประเทศจีนจะต้องปรับปรุงสู่ความเข้มแข็งได้แล้ว ปี 1840 มีการกำหนดแนวทางแนวคิดสมัยใหม่ การศึกษาวิทยาศาสตร์และภาษาตะวันตก  เปิดโรงเรียนพิเศษในเมืองใหญ่ โรงงานผลิตอาวุธ อู่ต่อเรือ โรงงานต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นตามรูปแบบตะวันตก การปฏิบัติพิธีทางการฑูตแบบตะวันตกถูกนำมาใช้ รัฐบาลส่งนักศึกษาไปศึกษาในต่างประเทศด้วยความหวังว่าจะนำวิทยา-การสมัยใหม่มาปรับปรุงประเทศ

 

หลี่หงจางพบบิสมาร์ค

หลี่่หงจางพบบิสมาร์ค (Bismarck) เมื่อวันที่ 6 เมษายน 1896

 

 

ความพยายามปฏิรูปประเทศสู่ความเข้มแข็งนำโดยผู้ซึ่งมีบทบาทในการปราบกบฏไท่ผิงคือหลีหงจาง 李鸿章(1823-1901) กับจั่วจงถาง 左中堂(1812-1885) ซึ่งรับราชการในราชสำนักได้รับผิดชอบในการพัฒนา
อุตสาหกรรม การสื่อสารคมนาคม และการปรับปรุงกองทัพ ความเคลื่อนไหวในการปฏิรูปนี้ ถึงจะได้รับการเห็นชอบจากผู้นำก็ตาม  แต่ไม่อาจที่จะเป็นที่ยอมรับในสถาบันการเมือง ทฤษฏีทางสังคม  จุดอ่อนอันนี้ที่ทำให้ความเคลื่อนไหวที่จะปฏิรูปล้มเหลว สถานะการณ์ในประเทศจีนขณะนั้นไม่เอื้อที่จะปฏิรูปสู่ความทันสมัย  เนื่องจากฝ่ายปกครองเองก็ยังยึดติดกับลัทธิข่งจื่อแนวใหม่  สำหรับสังคมจีนก็กำลังสับสนกับเหตุการณ์ ไท่ผิงและเหตุการณ์ลุกฮือในที่ต่าง ๆ   และที่สำคัญคือการรุกรานของชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องยังคงทำให้ชาวจีนไม่ไว้วางใจ

 

ในขณะนั้น ประเทศทางตะวันตกเข้าสู่ยุคล่าอาณานิคม  ฝรั่งเศสยึดเอาเวียตนามใต้ จากนั้้นหลังจากจีนพ่ายแพ้สงครามแก่ฝรั่งเศสในปี 1884-1885 จึงต้องยกเอาอันหนานหรือเวียตนามเหนือให้กับฝรั่งเศส อังกฤษเข้าครอบครองพม่า รัสเซียหลังจากยึดที่ลุ่มไฮหลงเจียงไปแล้วก็เข้ายึดซินเจียง 新疆 ญี่ปุ่นเองก็เข้ายึดครองไต้หวันหลังจากที่จีนพ่ายแพ้สงครามทางทะเลกับญี่ปุ่น และญี่ปุ่นยังถือโอกาสเข้ายึดครองเกาหลีและแมนจู ในปี 1898 อังกฤษได้ขอเช่าเกาะฮ่องกง 99 ปีจากจีน ประเทศตะวันตกที่เหลืออย่างเยอรมัน ฝรั่งเศส เบลเยี่ยมต่างได้ครอบครองพื้นที่ในสิทธิสภาพนอกอาณาเขต เท่ากับว่าประเทศจีนถูกแบบแยกโดยที่รัฐบาลชิงอ่อนแอเกินที่จะทำอะไร

 

 

หน้าถัดไป ปฏิรูปสู่การปฏิวัติ>>>