ศิลปะวัฒนธรรมจีน - เทศกาลวันแห่งความรัก 七夕节


 

 

เทศกาลวันแห่งความรัก 七夕节

 

 

วันแห่งความรัก

 


เทศกาลวันแห่งความรัก ณ ที่นี่ไม่ได้หมายถึงวันวาเลนไทน์ของฝรั่ง แต่เป็นวันแห่งความรักที่มีจุดเริ่มต้นมาจากนิทานปรัมปราพื้นบ้านของจีนที่มีมากว่าพันปี ซึ่งตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ในปฎิทินจันทรคติ และมีการเฉลิมฉลองวันทั้งในประเทศจีน เกาหลีและญี่ปุ่น แต่เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีการปฏิรูปในสมัยจักรพรรดิเมจิสู่ความทันสมัยในญี่ปุ่นจึงญี่ปุ่นวันแห่งความรักนี้ในวันที่ 7 กรกฎาคม ตามระบบสากลแทน

 

เทศกาลวันแห่งความรัก หรือในภาษาจีนคือ “ชีซี”七夕 หรือ เจ็ดค่ำ หรือมีชื่อเรียกอื่นคือ “ชีเฉี่ยว”乞巧节(เทศกาลขอความเฉลียวฉลาด 七巧节 (เทศกาลเจ็ดความฉลาด เป็นต้น มีต้นกำหนดมาจากนิทานพื้นบ้านที่สวยงานเช่นเดียวกับเรื่องราวของ “เหลียงซานป๋อกับจู้ยิงถาย 梁祝” “มั่งเจียงหนี่ว์ 孟姜女” (คนที่ร้องไห้จนกำแพงเมืองจีนพังทลายลงมา)

 

ความเป็นมาของเทศกาลแห่งความรัก “ชีซี”


เรื่องราวย้อนกลับไปพันกว่าปีที่แล้ว ที่หมู่บ้านซีหนิว 西牛家庄 แห่งเมืองหนานหยาง 南阳城มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่เฉลียวฉลาดและความซื่อสัตย์กตัญญู พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เมื่ออายุยังน้อย จึงต้องอาศัยอยู่กับพี่ชายและพี่สะใภ้ พี่สะใภ้ัคนแซ่หม่า 马 เป็นคนดุร้าย กลั่นแกล้งและบีบบังคับให้หนุ่มน้อยทำสารพัด จนฤดูใบไม้ร่วงในปีหนึ่ง พี่สะใภัได้ให้เด็กหนุ่มต้อนควายออกไปเลี้ยง 9 ตัว พร้อมกับกำชับว่า ถ้าไม่ได้ควาย 10 ตัวกลับมา ไม่ต้องกลับเข้าบ้าน หนุ่มน้อยก็ได้แต่จำใจต้อนควายออกจากหมู่บ้านเข้าไปในป่า และนั่งเสียใจอยู่ใต้ต้นไม้ ทันใดนั้นก็มีชายชราผมขาวปรากฏต่อหน้าเขา ถามว่าเสียใจด้วยเหตุอันใด เมื่อทราบสาเหตุแล้ว ชายชราก็หัวเราะบอกว่า อย่าเสียใจเลย มีชายเขาฟากโน้นมีควายแก่นอนป่วยอยู่ตัวนึง เอ็งก็ไปเลี้ยงมันเสีย รอให้มันหายป่วยแข็งแรงดีแล้วก็จูงกลับบ้าน แค่นี้ก็หมดปัญหาแล้ว

 

หนุ่มน้อยก็ข้ามภูเขาไปตามที่ชายชราบอก เดินไประยะทางไกลก็ปรากฎพบควายนอนป่วยตามที่บอก เขาก็จัดแจงหาหญ้ามาป้อนติดต่อกันสามวัน ควายเฒ่าถึงพอมีแรงโงหัวขึ้นมาพูดกับหนุ่มน้อยว่า จริง ๆ เขาคือเซียนควายดำในสวรรค์ แต่เนื่องจากทำผิดกฏสวรรค์ จึงถูกลงโทษไล่ลงจากสวรรค์ และได้รับบาดเจ็บที่ขา ทำให้ไม่สามารถขยับได้การรักษาให้หายจะต้องใช้น้ำค้างบนดอกไม้ร้อยดอกมาล้างแผลทุกวัน และต้องรักษาติดต่อกัน 1 เดือนถึงจะหาย เด็กเลี้ยงควายไม่กลัวลำบาก กลางวันหาน้ำค้าง กลางคืนเหนื่อยก็นอนอิงควายเฒ่าหลับนอน ทำอย่างนี้ติดต่อกันหนึ่งเดือนเต็ม ความเฒ่าก็หายป่วยแข็งแรงดี เด็กเลี้ยงควายจึงจูงกลับบ้านด้วยความดีใจ

 

แต่เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว พี่สะใภัยังคงปฏิบัติต่อเขาอย่างโหดเหี้ยมเหมือนเดิม หลายครั้งที่คิดวางแผนทำร้ายเด็กเลี้ยงควาย แต่ก็ถูกควายเฒ่าช่วยเหลือไว้ได้ พี่สะใภ้ทำอะไรไม่ได้ จึงโกรธจัด ไล่เด็กเลี้ยงควายออกจากบ้าน เขาจึงได้จูงควายเฒ่าจากไปด้วย

 

วันหนึ่ง นางฟ้าทอผ้าบนสวรรค์ได้ลงมาเล่นบนโลกมนุษย์พร้อมกับเหล่านางฟ้าคนอื่น ๆ พวกเธอเล่นน้ำในแม่น้ำ ด้วยความช่วยเหลือจากควายเฒ่า เด็กเลี้ยงควายจึงได้รู้จักกับนางฟ้าทอผ้าซึ่งเป็นหลานสาวของอ๋องบนสวรรค์ ทั้งสองต้องชะตากันมาหลังจากนั้น นางฟ้าได้ลักลอบลงจากสวรรค์มาหาเด็กเลี้ยงควายบ่อย ๆ จนตกลงปลงใจอยู่กินกันฉันสามีภรรยาและนางยังได้ลักลอบเอาตัวไหมบนสวรรค์มาสู่โลกและได้สอนให้มนุษย์รู้จักวิธีเลี้ยงไหม การปั่นเส้นไหมและการทอผ้าไหม ซึ่งได้ผ้าที่แวววาวสวยงาม

 

ทั้งสองหลังจากแต่งงานกันแล้ว ชายหนุ่มก็ทำนา ส่วนสาวนางฟ้าก็อยู่บ้านทอผ้า จนมีลูกน้อยด้วยกันสองคน เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ชีวิตทั้งสองอยู่กันอยู่มีความสุข แต่ดูเหมือนวันชื่นคืนสุขจะอยู่ได้ไม่นาน เมื่อความได้ทราบถึงอ๋องแห่งสวรรค์ อ๋องจึงลงจากสวรรค์ด้วยตนเองเพื่อรับนางกลั้บขึ้นสวรรค์ นางจึงถูกบังคับให้จำพรากจากกัน หนุ่มจะต้องนางขึ้นสวรรค์ก็ไร้หนทาง สุดท้ายก็ได้ควายเฒ่าแนะนำโดยบอกว่า หลังจากควายเฒ่าตายแล้ว ขอให้เอาหนังควายไปทำรองเท้า ก็สามารถเหาะขึ้นสวรรค์ได้ หนุ่มก็ได้ทำตาม แล้วจูงเอาลูกทั้งสองพร้อมเหาะไล่หลังตามขึ้นสวรรค์จนจวนเจียนจะไปทันแล้ว ทันใดนั้น มารดาสวรรค์ 天母ก็ดึงเอาปิ่นปักผมมาสะบัดสายธารช้างเผือก 银河 ก็ปรากฏตรงหน้าเป็นการปิดกั้นเส้นทาง ทำให้หนุ่นเลี้ยงควายกับนางฟ้าทอผ้าแยกจากกันอยู่คนละฝั่งสายธาร ต่างฝ่ายต่างร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าและอาลัย เสียงร่ำไห้ของทั้งสองได้ยินถึงเหล่านกพิราบที่เห็นใจความจงรักของพวกเขาทั้งสอง จึงพากันบินมาเป็นหมื่นหมื่นตัวและก่อตัวเป็นสะพานข้าม สายธารช้างเผือก มารดาสวรรค์เห็นดังนั้นก็พูดอะไรไม่ออก จึงต้องยินยอมให้ทั้งสองได้พบกันปีละครั้งในวันที่ 7 เดือน 7 บนสะพานนกพิราบ

 

ตั้งแต่นั้นมาในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุก ปี เรื่องราวของทั้งสองก็แพร่กระจายไปทั่วทำให้บรรดาสาว ๆ ต่างก็ออกมาในคำ่ขั้นภายในแสงจันทร์ แล้วแหงนดูฟ้าเพื่อเฝ้ารอดูสองฝั่งธารช้างเผือกรอดูเด็กเลี้ยงควายกับสาวทอผ้าข้ามสะพานพิราบมาเจอะเจอกัน พร้อมกับอธิฐานขอให้ตนเองเฉลียวฉลาดเหมือนสาวทอผ้าและขอให้ชีวิตมีความสุขสมหวัง